ทุกๆ ท่านเคยได้ยินหรือได้ฟังและบางท่านจะประสบพบเจอกันเรื่องของ “สัตว์มีพิษเข้าบ้าน” กันบ้างมั้ยหล่ะครับ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายและปวดหัวกับการจัดการเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ครับ วันนี้เพวกเราเลยอยากจะมาแชร์เกี่ยวกับ “4 วิธีป้องกันบ้านจากสัตว์มีพิษ” ต่างๆ ที่น่าจะทำให้บ้านของพเราปลอดภัยจากสัตว์มีพิษกันมากขึ้นนะครับ จะมีแนวทางอย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “สัตว์มีพิษ” กันสักเล็กน้อย
สัตว์มีพิษส่วนใหญ่มีพิษไว้เพื่อการล่าเหยื่อและป้องกันตัวเองจากศัตรูโดยทั่วไปสัตว์ส่วนใหญ่ มักจะพยายามหนีห่างไม่ต่อสู้กับคน นอกจากถูกรังแก หรือรบกวน คนอาจเผลอไปรบกวนสัตว์โดยไม่ได้ ระมัดระวังหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงถูกสัตว์ทำาร้าย และถ้าสัตว์นั้นมีพิษ คนอาจได้รับพิษนั้นจนเกิดอาการแพ้ คันหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงถึงแก่ชีวิตได้อีกด้วย
4 วิธีป้องกันสัตว์มีพิษเข้าบ้าน
- ทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ พร้อมตรวจเช็กจุดอับของบ้าน เริ่มจากกำจัดขยะ ของไม่ใช้แล้วที่อาจจะวางเกะกะอยู่รอบๆ บ้าน เพราะอาจเป็นแหล่งซ่อนตัวของสัตว์ได้ และยังช่วยป้องกันเชื้อโรคที่มองไม่เห็นอีกด้วย หมั่นเช็กจุดช่องโหว่ รูรั่ว รอยแตกร้าวของบ้าน และรีบซ่อมแซม จุดแตก รอยร้าว ช่องโหว่ต่างๆ ของบ้าน เป็นสถานที่ๆ สัตว์มีพิษจะเข้ามาอาศัยและซ่อนตัวอยู่ได้ง่ายที่สุด ถ้าเราเจอจุดต่างๆ ควรรีบซ่อมแซมอุดรูรั่ว ช่องโหว่นั้นทันที
- ติดตาข่าย/มุ้งลวด เพื่อป้องกันจุดเล็กน้อยที่สัตว์อาจเข้ามาได้ เป็นวิธีที่ง่าย และได้ผลดีทีเดียว ป้องกันได้ดีโดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ เช่น งู ไปจนถึงตะขาบ หรือแมลงก้นกระดก ถ้าจะให้ดี ควรติดมุ้งลวดตามประตูและหน้าต่าง ช่องลมต่างๆ ด้วย
- โรยสารเคมีป้องกันสัตว์มีพิษ ในจุดที่คาดว่าเป็นทางเดินของสัตว์ วิธีนี้เป็นวิธีที่เรียกว่าไม้ตาย ทำได้สะดวกและจัดการกำจัดสัตว์มีพิษได้โดยตรง เช่น โรยตามท่อระบายน้ำ กำมะถันผสมน้ำ ป้องกันงูพิษ, โซดาไฟไล่ตะขาบ สารเคมีสามารถหาซื้อได้ง่าย
- ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ที่มีคุณสมบัติป้องกันสัตว์มีพิษเข้าบ้านได้ หลายๆ คนอาจไม่รู้ว่า ฟ้าทะลายโจรมีชื่ออีกอย่างคือ หญ้ากันงู ปลูกไว้ช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้ด้วย เพราะเมื่องูสัมผัสกับรากหรือใบ จะทำให้ผิวหนังเกิดการปวดบวมได้ และดอกดาวเรืองก็มีกลิ่นและยางในลำต้นที่ช่วยไล่งู มีฤทธิ์ทำให้งูระคายเคืองผิวด้วย
รู้จักกับ 3 สัตว์มีพิษที่อาจเจอใกล้ๆ บ้าน
- งู สัตว์มีพิษร้ายแรง ที่ในช่วงฤดูฝนมักหนีหลบฝนตามธรรมชาติมาที่บ้านพักอาศัย งูพิษที่พบในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ งูพิษต่อระบบประสาท งูพิษต่อระบบโลหิต และงูพิษต่อระบบกล้ามเนื้อ โดยงูพิษที่พบบ่อย ได้แก่ งูเห่า งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้
- ตะขาบ สัตว์มีพิษที่พบได้บ่อยในสภาพอากาศชื้น เมื่อโดนตะขาบกัดจะมีอาการปวด บวม แดง แสบร้อน ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะได้ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เอง วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ล้างผิวหนังบริเวณที่ถูกกัด รับประทานยาแก้ปวด ถ้ามีอาการปวดมากสามารถประคบอุ่นได้ หากเกิดการแพ้รุนแรงต้องรีบไปพบแพทย์ด่วนครับ
- แมลงก้นกระดก แมลงชนิดนี้จะอาศัยในที่ชื้นใกล้แหล่งน้ำ พบผู้ป่วยโดนพิษมากที่สุดในช่วงฤดูฝน แมลงก้นกระดกสามารถปล่อยสารที่เรียกว่า Pederin ออกมา โดยสารชนิดนี้จะทำลายเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้มีอาการแสบร้อนหรือคันบริเวณที่สัมผัส อาการผื่นผิวหนังมักยังไม่เกิดทันทีที่สัมผัส แต่จะเริ่มเกิดผื่นแดงและอาการแสบเมื่อผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง โดยผื่นมักมีลักษณะเป็นทางยาว วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ให้รีบล้างผิวหนังด้วยน้ำเปล่าทันที ประคบเย็นบริเวณที่สัมผัสโดน
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “4 วิธีป้องกันบ้านจากสัตว์มีพิษ” ที่พวกเราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่มาก็น้อยกันนะครับ