2 ข้อแนะนำ ประกัน Bigbike แบบไหนที่ใช่คุณ

big-bike

Bigbike เป็นอีกหนึ่งยานพาหนะที่ได้รับความนิยมและสนใจในวงกว้าง เเต่ก็เป็นยานพาหนะที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย เพรามีความเร็วและเเรง จึงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในการขับขี่ได้โดยง่าย การทำประกัน Bigbike จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราควรให้ความสำคัญ ซึ่งการทำประกัน Bigbike นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ประกันส่วนใหญ่ที่คนนิยมทำคือประกันชั้น 1 ที่มีความครอบคลุมสูงสุดทั้งรถหาย ภัยธรรมชาติ หรือการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน คุ้มครองทั้งเราและคู่กรณีเป็นต้น

 หากท่านใดกำลังลังเลว่าจะทำประกันBigbike ประเภทใดดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการแบ่งของเราจะขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้รถบ่อยมาเพียงใด จะเป็นยังกันบ้างมาลองดูกันนะคะ สำหรับ 2 ข้อแนะนำ ประกัน Bigbike แบบไหนที่ใช่คุณ

  1. หากคุณเป็นนักบิ๊กไบค์ตัวจริง ขี่ทุกวัน

การใช้บิ๊กไบค์เป็นประจำทุกวัน ในทางรถสาธารณะค่อนข้างมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรถติด ฝนตก ถนนลื่น เพราะรถประเภทนี้มีความเร็วและแรงทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย การทำประกันBigbikeชั้น 1 จึงสามารถตอบโจทย์ให้กับคุณได้อย่างครอบคลุม ในกรณี ที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ประกันจะจ่ายเงินให้กับเราและคู่กรณี โดยคุ้มครองทั้งร่างกายและทรัพย์สิน ถือว่าครอบคลุมและเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ Bigbike เป็นประจำมากจริงๆ ค่ะ 

  1. ขี่เป็นงานอดิเรก

 หากคุณใช้ Bigbike เพียงออกไปขี่บ้างเป็นบางครั้ง เดือนละ 2 ครั้งเเบบนี้ ค่อนข้างมีความเสี่ยงน้อยลงมาจากแบบเเรกที่ขี่เป็นประจำทุกวัน การทำประกัน Big Bike ชั้น 2 จึงเหมาะสมกับคุณนะคะ เพราะถึงเเม้ว่าอาจไม่เกิดอุบัติเหตุจากทางท้องถนน เเต่การจอดทิ้งไว้อาจมีการโจรกกรรม หรือเกิดไฟไหม้น้ำท่วมต่างๆ ประกันจะช่วยคุ้มครองคุณในส่วนนี้ได้เลยค่ะ 

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับลักษณะการใช้รถ Bigbikeที่เหมาะกับการเลือกทำประกันแบบที่ใช่กับตัวคุณ ทั้งนี้สิ่งที่เราอยากเนะนำเพิ่มเติมคือการขับขี่อย่างระมัดระวังและไม่ประมาทถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะคะ และนอกจากนั้นอย่าลืมทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ ให้กับรถที่คุณรัก เพื่อความสบายใจของตัวคุณเองและทุกคนในครอบครัวค่ะ  

Related Post

สถานที่จัดงานแต่งงาน

เลือกสถานที่จัดงานแต่งงานอย่างไรให้เหมาะสมเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานอย่างไรให้เหมาะสม

การจะจัดงานแต่งงานสำหรับผู้บ่าวสาวหนึ่งคู่นั้น มีองค์ประกอบหลายต่อหลายประการ ที่จะทำให้งานแต่งงานสามารถที่จะจัดขึ้นมาแล้ว สำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดี ไม่ติดขัดปัญหาใดๆ แต่ส่วนมากปัญหาที่เกิดขึ้นและจะต้องจัดการแก้ไขมีมากมาย หนึ่งในปัญหาที่มักเกิดขึ้นก็คงจะเป็น เรื่องของการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานนั่นเอง โดยการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายดายสำหรับคู่บ่าวสาวอย่างแน่นอน เพราะยังขาดเทคนิค ขาดประสบการณ์นั้นเอง ดีไม่ดีปัญหานี้อาจจะสร้างปัญหา ให้กับคู่บ่าวสาวให้ต้องทะเลาะกันเสียด้วยไปว่า ดังนั้นการที่เราจะเลือกสถานที่อย่างไร ให้เหมาะสมกับแขก เหมาะสมกับ Theme ที่วางไว้ การให้ความสำคัญในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งนั้น จึงเป็นเรื่องใหญ่มากพอสมควร ละเลยไม่ได้ ดังนั้นใครก็ตามที่กำลังประสบปัญหา ในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงาน อยู่แล้วละก็วันนี้เราจะแนะนำวิธีการ ในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานอย่างไรให้เหมาะสมมาฝาก ลองตามมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ดูงบประมาณที่วางแผนเอาไว้ สำหรับการจัดเลี้ยงหรือดูแต่แขกส่วนใหญ่ ที่จะมาร่วมงานว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

เครื่องอบผ้า

อยากซักชุดสวยให้แห้งทันใจ ต้องรู้ไว้ใช้เครื่องอบผ้าแบบไหนดีอยากซักชุดสวยให้แห้งทันใจ ต้องรู้ไว้ใช้เครื่องอบผ้าแบบไหนดี

                ช่วงหน้าฝนคนอยู่คอนโดคงลำบากกันหน่อย จะซักผ้าตากทุกครั้งต้องเตรียมใจไว้เลย ถ้าวิ่งเก็บผ้าไม่ทันนี่ผ้าเปียกซ้ำ ๆ ต้องซักใหม่อยู่เรื่อยไป เปลืองทั้งน้ำ ไฟ และผงซักฟอก ครั้นจะตากในที่ร่มหากไม่มีแดดส่องถึงก็จะทำให้มีปัญหาเรื่องผ้ามีกลิ่นอับ ใส่แล้วคงไม่ดีแน่นอน เป็นเรื่องที่น่าหดหู่มากจริง ๆ สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ขนาดเล็ก ไม่มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับการตากผ้า การมีเครื่องอบผ้าดี ๆ สักเครื่องมาเป็นผู้ช่วยจัดการเรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์อยู่นะ ทั้งทำให้ผ้าแห้งไว ไร้กลิ่นเหม็นอับชื้นจากเชื้อรา หายห่วงเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่จ้องเล่นงานเสื้อผ้าของเราไปเลย การเลือกประเภทของเครื่องอบผ้า                 การอบแห้งเสื้อผ้าเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นวิธีการที่สะดวก ไม่ต้องรอแดดออกผ้าก็แห้งได้แบบรวดเร็วทันใจ และในปัจจุบันก็มีให้เลือกซื้อหลากหลายประเภท ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องทราบก่อนเลือกซื้อว่าประเภทไหนที่เหมาะสมกับบ้านหรือที่พัก โดยจากลักษณะและระบบการทำงานของตัวเครื่อง เราสามารถจำแนกออกได้เป็น

หางาน

วิธีการหางานทำวิธีการหางานทำ

การหางานของนักศึกษาที่จบใหม่ หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน จะต้องคำนึงถึงความต้องการของตนเองก่อนว่าถนัด หรือสนใจงานประเภทไหน เพื่อที่จะหางานได้ถูกต้อง ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้ 1. ให้คัดเลือกงานที่สนใจจริง ๆ โดยการเรียงลำดับรายชื่องาน แต่ละงานออกมาเพื่อง่ายในการเลือก ว่าเราต้องการงานประเภทไหน และงานอะไรที่เราสนใจจริง ๆ เลือกออกมาสัก 3-4 งาน ไว้เป็นตัวเลือกภายหลัง ถ้าเกิดการผิดพลาดขึ้นเนื่องจากกรณีต่าง ๆ ในการหางาน 2. ให้ค้นหางานในอินเตอร์เน็ต เพราะมีการประกาศรับสมัครงานทั่วไป ให้เข้าไปดูเฉพาะงานที่เราต้องการ หรือตำแหน่งงานที่เราต้องการ เพื่อการหางานของเราจะได้แคบเข้ามา ดูข้อมูลที่เราต้องการ จดรายละเอียดของประกาศเหล่านั้น เช่น